Showing posts with label สถานที่จัดงานแต่งงาน. Show all posts
Showing posts with label สถานที่จัดงานแต่งงาน. Show all posts

วิธีเลือกสถานที่จัดเลี้ยง หรือสถานที่แต่งงาน

เป็นอีกบทความสำหรับการเลือกสถานที่จัดเลี้ยง หรือสถานที่แต่งงาน เพื่อนๆน่าจะได้เสริมสร้างความรู้ เพื่อใช้ในการคัดเลือกสถานที่จัดเลี้ยงที่ถูกใจ มี 5 ข้อที่ควรทราบ ดังนี้

1. ดูงบประมาณที่ตั้งไว้สำหรับจัดเลี้ยงแต่งงาน ว่าเหมาะสมกับลักษณะการจัดงาน ลักษณะของครอบครัวทั้งสองฝ่ายหรือไม่ จากนั้นจึงค่อยลิสต์รายชื่อแขกที่ต้องเชิญ และเริ่มเสาะหาสถานที่แต่งงานที่เหมาะสม

2. ไปตรวจดูสถานที่จัดเลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นสโมสร หอประชุม หรือโรงแรมไว้หลายๆ แห่ง เพื่อเปรียบเทียบดูขนาดพื้นที่ ราคา บริการ และความสะดวกในการเดินทาง

3. ต้องถามถึงรายละเอียดเกี่ยวกับห้องจัดเลี้ยงให้ชัดเจน เช่น…
++ สอบถามเรื่องราคา ว่าบริเวณสวนหรือห้องจัดเลี้ยงสนนราคาเท่าไร ราคานี้เฉพาะค่าสถานที่หรือรวมเรื่องการจัดเลี้ยงทั้งหมดไว้แล้ว ถ้ารวมแล้วรวมค่าอะไรไว้บ้าง แต่ถ้ายังไม่ได้รวมคิดค่าใช้จ่ายแต่ละอย่างไว้อย่างไรบ้าง
++ สอบถามเรื่องความจุและระยะเวลาในการจัดงาน ว่ารองรับคนได้มากน้อยแค่ไหน สามารถเช่าได้กี่ชั่วโมง ถ้างานเลิกช้ากว่านี้ คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มอย่างไร
++ สอบถามเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม ว่าอาหารที่จะจัดให้ในวันงานมีอะไรบ้าง เปลี่ยนแปลงรายการได้ไหม ขอชิมอาหารที่จะใช้ก่อนได้ไหม นำอาหารจากที่อื่นเข้ามาแทนได้หรือไม่ ถ้ามีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาเองจะคิดค่าเปิดขวดไหม มีบริการให้กี่คน กรณีที่เป็นการจัดเลี้ยงแบบค็อกเทลจะมีบาร์เทนเดอร์ให้ไหม ราคาเริ่มต้นสำหรับแขกจำนวนน้อยที่สุดที่ต้องการันตีคิดเท่าไหร่
++ สอบถามเรื่องเค้ก ว่ามีเค้กอะไรบ้าง ขอชิมได้ไหม ถ้าสั่งมาจากข้างนอกจะคิดค่าใช้จ่ายอย่างไร
++ สอบถามเรื่องการจัดดอกไม้และการตกแต่งสถานที่ ว่าจะใช้ดอกไม้ชนิดไหนมาจัด เลือกชนิดเองได้ไหม ถ้าจะสั่งดอกไม้มาจากข้างนอกจะคิด ราคาอย่างไร มีข้อจำกัดในการตกแต่งไหม มีอุปกรณ์ในการตกแต่งอะไรให้ยืมบ้าง
++ สอบถามเรื่องบริการด้านเครื่องเสียง จัดให้มีวงดนตรีมาเล่นในงานด้วยได้หรือไม่ มีเครื่องขยายเสียง เครื่องดนตรี ปลั๊กไฟให้หรือไม่ มีจอพรี เซ็นเทชั่นพร้อมอุปกรณ์ให้หรือไม่ เข้ามาขอซ้อมก่อนเริ่มงานได้ไหม หรือถ้าทางสถานที่มี นักดนตรี หรือวงดนตรีที่ดีลด้วยกัน อยู่แล้วพอจะแนะนำให้ได้หรือไม่ คิดราคาอย่างไร
++ สอบถามเรื่องสวัสดิการและกฎข้อห้ามอื่นๆ เช่น ห้องน้ำสะอาดและเพียงพอไหม ที่จอดรถจุได้กี่คัน คิดค่าจอดรถหรือไม่ ถ้าในวันงานจริงๆ ทางสถานที่มีการจัดงานมากกว่า 1 งานจะกันพื้นที่ไว้ให้เฉพาะหรือไม่ มีกฎระเบียบข้อห้ามอะไรไหม เช่น ห้ามส่งเสียงดัง ตอนกลางคืน ไม่รับจัดเลี้ยงแบบโต๊ะจีน หรือต้องใช้อุปกรณ์ตกแต่งสถานที่ ดอกไม้ และเมนูอาหาร ของทางสโมสรหรือหอประชุมแห่งนี้เท่านั้น เป็นต้น

4. ควรรีบสรุปให้เร็วที่สุด เพราะทุกสถานที่จะให้สิทธิกับคนที่จองโรงแรมก่อนเท่านั้น ถ้าตกลงเลือกแล้วต้องมัดจำไว้ประมาณ 30% เพื่อยืนยันการจอง แต่ถ้าเกิดมีการ Cancel กะทันหัน เงินมัดจำนี้จะไม่ได้คืน

ข้อพิจารณาก่อนการจอง สถานที่จัดเลี้ยง สถานที่จัดงานแต่งงาน สถานที่แต่งงาน สโมสร โรงแรม หรือการจองเพื่อ ประชุม สัมมนา หรือการจองเพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ ก็แล้วแต่ควรพิจารณาจากที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ถื่อว่าเป็นการป้องกัน ข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้


ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://www.wiwahub.com

การจัดงานแต่งงานให้ประหยัดและได้กำไร

เหตุผลที่แท้จริงของการแต่งงานคือ "การให้เกียรติคุณพ่อคุณแม่ของทั้งสองฝ่าย และเพื่อให้คนรู้จักได้รับทราบว่าเราแต่งงานอยู่กินกันอย่างถูกต้องและเปิดเผย" ดังนั้นเลือก จัดงานแต่งงาน ควรตั้งอยู่บนความเหมาะสม ไม่ฟุ่มเฟือยจนเกินตัว บทความนี้มีเทคนิคดีๆมานำเสนอ เพื่อให้การจัดงานแต่งงานมีค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม

1. รีบแต่งงานก่อนคุณพ่อคุณแม่ อายุ 60ปี แต่งงานในช่วงที่คุณพ่อคุณแม่ยังทำงานอยู่ดีที่สุด ยิ่งถ้าคุณพ่อคุณแม่ทำงานในสายงานราชการ รัฐวิสาหกิจยิ่งต้องรีบ เพราะส่วนใหญ่คุณพ่อคุณแม่ที่ยังทำงานอยู่ในหน่วยงานของรัฐบาลจะมีอายุงานเกิน 10 ปีขึ้นไปแทบทั้งนั้น และตลอดช่วงเวลาที่ทำงานมา ท่านคงสนับสนุนใส่ซองช่วยงานเพื่อนๆ ไว้ไม่มากก็น้อย และตามธรรมเนียมคนไทย เมื่อเราใส่ซองช่วยงานใครไว้เท่าไหร่ เวลาเราจัดงานเขาจะใส่ซองกลับมาให้มากกว่าที่เราเคยใส่เล็กน้อย และที่ต้องรีบแต่งก่อนท่านเกษียณก็เพราะสะดวกในการแจกซอง

2. สถานที่จัดงานแต่งงานงานใกล้-ไกล มีผลทั้งนั้น จะให้ดีควรเลือกแต่งงานหน้าโลว์ซีซั่น เพราะราคางานจัดเลี้ยงของโรงแรมจะลดลงถูกกว่าเห็นๆ หรือจะเลือกจัดงานแต่งงานที่สโมสร หรือ ร้านอาหาร จะช่วยประหยัดได้ หรือจะจัดงานแต่งงานในร้านอาหารบรรยากาศดีๆ ก็เป็นอีกทางเลือกที่ไม่ควรมองข้าม แต่ถ้าจะเลือกจัดงานแบบประหยัดควรเลือกจัดงานวันธรรมดาจันทร์-ศุกร์ ราคาจะถูกกว่าวันหยุด แค่นั้นยังประหยัดไม่พอ เพราะต้องเลือกโลเกชั่นให้เหมาะสมด้วยถึงจะถือว่าประหยัดได้สุดๆ เริ่มจากนำรายชื่อแขกที่คาดว่าจะเชิญมาพิจารณาให้ถี่ถ้วนว่าเป็นแขกของใคร อย่างเช่นเมื่อนับแล้วแขกส่วนใหญ่เป็นแขกที่ทำงานของคุณพ่อคุณแม่ก็ควรเลือกโรงแรมหรือหาสถานที่จัดงานใกล้ๆ ที่ทำงานของท่าน ทั้งนี้เพื่อเอาใจให้แขกส่วนใหญ่เดินทางมาร่วมงานได้สะดวก

3. เลือกเชิญแขกคุณภาพ การลิสต์รายชื่อแขกเป็นเรื่องสำคัญ อย่าคิดว่าเชิญมากแล้วจะได้หน้าว่ากว้างขวางรู้จักคนเยอะ และหวังเก็บซองได้มาก ให้คิดว่าเชิญแขกมากเท่าไหร่ ค่าอาหารก็ต้องเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว "การเลือกเชิญแขกถึงแม้จะดูเป็นการเลือกปฎิบัติ แต่ก็ควรทำ เพราะไม่อย่างนั้นจะกระเทือนถึงเงินในกระเป๋าของเราได้"

4. การ์ดเชิญและของชำร่วยแบบ DIY ถ้าคุณรู้ล่วงหน้า และมีเวลาเตรียมงานแต่งงานนาน แนะนำให้ทำการ์ดเชิญ ของชำร่วยแบบ DIY แทนการซื้อสำเร็จรูปจากร้าน แต่ของชำร่วยแบบทำเองช่วยให้คุณประหยัดได้ก็จริง แต่ก็ขึ้นกับองค์ประกอบของความต้องการด้วย อย่างเช่นบางคนต้องการของดี หรูหรา ราคาก็ต้องแพงเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าคุณต้องการของชำร่วยแบบเรียบง่าย เพื่อมอบเป็นของระลึกแทนคำขอบคุณที่มาร่วมงาน จะช่วยประหยัดเงินได้อีกมาก

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก หนังสือWE

เตรียมการ์ดแต่งงาน และการแจกการ์ดแต่งงาน


การ์ดแต่งงาน หรือ การ์ดเชิญ เป็นเสมือนตัวแทนกล่าวเชื้อเชิญบุคคลสำคัญที่จะมาร่วมงาน และเป็นดั่งพยานแห่งความรักของคุณ ทั้งนี้ ในวาระสำคัญเช่นนี้เพื่อความสะดวก และประหยัดเวลาอันมีค่าช่วงก่อนงานแต่งงาน ควรเตรียมรายละเอียดที่จะระบุในการ์ดแต่งงาน และวางแผนการดำเนินงานตามขั้นตอนต่างๆ ดังต่อไปนี้
1. เตรียมรายชื่อบุคคลที่มาร่วมงาน
สิ่งที่ต้องทำเป็นอย่างแรกเลยคือการจดรายชื่อแขกที่จะเชิญมาร่วมงาน โดยต้องให้ทั้งทางฝ่ายคุณพ่อ คุณแม่ ของเจ้าบ่าวเจ้าสาว รวมทั้งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเอง เริ่มเขียนรายชื่อแขกออกมา อาจจะแยกเป็นกลุ่มๆ เช่น ญาติฝ่ายเจ้าสาว-ฝ่ายเจ้าบ่าว แขกผู้ใหญ่ของทางคุณพ่อ-คุณแม่ เพื่อนบ้าน เพื่อนที่ทำงาน เพื่อนสมัยเรียน

2. เตรียมข้อมูลในการ์ดแต่งงาน และจำนวนการ์ด
สำรวจรายชื่อบุคคลสำคัญต่างๆ ที่จะต้องจัดพิมพ์ลงบนการ์ดแต่งงาน เช่น เริ่มจากประธาน (ถ้ามี), ชื่อ-สกุลเจ้าภาพ ฝ่ายเจ้าบ่าว-เจ้าสาว, ชื่อ-สกุลเจ้าบ่าว-เจ้าสาว, สถานที่จัดงาน, รวมถึงงานหมั้น(ถ้ามี), วัน-เวลา-สถานที่ และลักษณะการจัดเลี้ยง เช่น ค็อกเทล บุฟเฟ่ต์ หรือโต๊ะจีน ท้ายสุดจำนวนการด์ที่ต้องใช้

3. เตรียมรายชื่อแขกที่มาร่วมงาน
ตรวจสอบรายชื่อแขกที่จะมาร่วมงาน ตรวจสอบความถูกต้องของการสะกดรายชื่อแขกสำหรับพิมพ์ลงบนซอง และควรทำอย่างพิถีพิถัน

4. เตรียมจำนวนการ์ดและซอง
เมื่อได้รายชื่อแขกครบแล้ว ก็ต้องมาดูในรายละเอียดของรายชื่อแขกเพื่อสั่งทำการ์ดเชิญ ซึ่งควรจะให้สอดคล้องกับงบประมาณของค่าใช้จ่ายที่เราคาดไว้ อย่าลืมว่าการ์ดเชิญ 1 ใบสามารถเชิญแขกได้มากกว่า 1 ท่าน เช่น เชิญเป็นคู่ หรือเชิญทั้งครอบครัวที่อาจจะมีสมาชิกได้ถึง 5 ท่าน
ส่วนจำนวนของการ์ดต้องเผื่อไว้ซักประมาณ 5 % ของจำนวนที่กำหนดไว้ เพราะเจ้าบ่าว-สาวอาจไปเจอใครที่หลงลืมไป เราจะได้มอบการ์ดสำรองให้เค้าได้ และต้องเผื่อซองมากกว่าจำนวนการ์ดไปอีก เพราะมักจะเกิดเหตุการณ์เขียนหรือพิมพ์ชื่อแขกผิด หรือซองเปื้อนก่อนส่งได้

5. กำหนดระยะเวลา
ควรทำการ์ดแต่งงานให้เสร็จสมบูรณ์ก่อนวันแต่ง อย่างน้อย 4 - 6 สัปดาห์ ที่สำคัญที่สุดคุณควรหาร้านที่ไว้ใจได้ในการพิมพ์การ์ด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณภาพ ราคา และการตรงต่อเวลา

ข้อควรระวัง
ไม่ควรแจกการ์ดแต่งงานก่อนวันงานนานเกินไป ควรจะเริ่มแจกการ์ดก่อนวันงานประมาณ 6-8 สัปดาห์ โดยเจ้าบ่าว-สาวอาจจะมีการกล่าวเชิญด้วยปากเปล่าก่อนก็ได้ ส่วนในกรณีที่แขกอยู่ต่างจังหวัด คุณควรส่งการ์ดทางไปรษณีย์ และอย่าลืมแนบคำ “ขออภัยที่มิได้เรียนเชิญ ด้วยตนเอง” ไปด้วยนะคะ พร้อมทั้งควรโทรศัพท์เช็คซ้ำอีกครั้งก่อนวันงานประมาณ 2-3 สัปดาห์
ควรแนบแผนที่สถานที่จัดงานแต่งงานไว้ด้วย เพื่ออำนวยความสะดวก และที่ลืมไม่ได้ก็คือการไปเชิญแขกคนสำคัญด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย แขกผู้ใหญ่ของคุณพ่อคุณแม่ หรือแม้แต่กลุ่มเพื่อน
ทั้งหมดนี้…เป็นเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจมำให้เจ้าบ่าว-สาว เบาใจเรื่อง “การ์ดแต่งงาน” ได้ค่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://wedding.kapook.com
Custom Search