Showing posts with label ชุดแต่งงาน. Show all posts
Showing posts with label ชุดแต่งงาน. Show all posts

มีอะไร.....ในเวดดิ้ง สตูดิโอ

มีอะไร.....ใน Wedding Studio

wedding studio ก็คือ ที่ให้บริการเกี่ยวกับงานแต่งงานสำหรับคู่รัก ซึ่งก็ช่วยอำนวยความสะดวกได้มากเลยทีเดียว ลองมาดูนะคะว่าบริการที่เค้าเตรียมไว้ให้คู่บ่าวสาวมีอะไรบ้าง

การถ่ายภาพแต่งงานทั้งภาพนิ่งในสตูดิโอ หรือปัจจุบันมักจะนิยมออกไปถ่ายรูปนอกสถานที่ หรือที่เรียกว่าการถ่ายภาพ Out Door ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสถานที่ที่ทั้งคู่ประทับใจ แล้วเราก็จะได้ภาพเป็นอัลบั้ม ภาพใส่กรอบ หรือภาพขยายโชว์หน้างาน งานนี้ถือเป็นงานหลักของเวดดิ้ง สตูดิโอเลยค่ะ จะได้สวมวิญญาณนายแบบ นางแบบก็คราวนี้แหละค่ะ
........................................................................

ชุดแต่งงาน ส่วนมากจะรวมอยู่ในแพคเกจถ่ายภาพนิ่ง ไม่ว่าจะเป็นชุดสำหรับเจ้าสาวหรือเจ้าบ่าว ชุดสำหรับงานพิธีตอนเช้า หรือชุดแต่งงานในช่วงงานเลี้ยงตอนเย็น

.......................................................................



แต่งหน้า-ทำผม สำหรับวันถ่ายภาพ และวันงาน ส่วนนี้นับเป็นอีกหนึ่งบริการที่ต้องมีในเวดดิ้ง สตูดิโอ และฟ้าว่าเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยเนรมิตให้เจ้าสาวได้เป็นผู้หญิงที่รู้สึกว่าเราได้ทำอะไรที่พิเศษกว่าทุกๆวันที่ผ่านมา เพราะผู้หญิงทุกคนก็อยากให้คนอื่นเห็นว่าเราสวยที่สุดในงานวันสำคัญที่สุดงานหนึ่งในชีวิต



ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก www.thaiweddingmall.com

เลือกสูทอย่างไร ให้เหมาะกับรูปร่างเจ้าบ่าว


แม้ธรรมชาติการแต่งกายของฝ่ายชายจะไม่มีรายละเอียดมากเหมือนฝ่ายหญิงก็ตาม แต่เมื่อถึงวันสำคัญที่ต้องสวมบทเป็นเจ้าบ่าว คงต้องใส่ใจรายละเอียดกันมากสักหน่อย โดยเฉพาะเรื่องของการเลือกชุดสูท
สำหรับเจ้าบ่าวชาวไทยนั้น ควรเลือกชุดเจ้าบ่าวสูทสีควันบุหรี่ สีเบจ สีน้ำตาลเข้ม ประเภทเอิร์ธโทน สีกรมท่าจะเหมาะกับสีผิวที่สุด และปัจจุบันยังสามารถเลือกสวมเสื้อสูทกับเสื้อคนจีน ได้โดยไม่จำเป็นต้องผูกไท หรืออาจจะสวมชุดราชปะแตนของไทยก็ดูเท่ไม่เบาเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเจ้าสาวจะต้องสวมชุดไทยด้วยเช่นกัน โดยเลือกชุดที่เหมาะสมกับเขาค่ะ ดังนั้นเรามีทริคดีๆ ในการเลือกสูทเจ้าบ่าวให้เหมาะกับรูปร่างมาฝากกัน ว่าแต่เจ้าบ่าวของคุณรูปร่างเป็นอย่างไรไปดูกัน

เจ้าบ่าวตัวเล็ก
ควรมองหาเสื้อนอกกระดุมแถวเดียวปกกว้าง ที่ติดกระดุมให้ต่ำหน่อย เพื่อช่วงตัวจะได้ดูยาวขึ้น หรือไม่ก็เป็นทักซีโด้กระดุมสองแถว และเลือกกางเกงตีเกล็ดซ้อนก็ดี สำหรับรูปร่างผอมบางและขากางเกงควรจะยาวคลุมครึ่งหนึ่งของรองเท้าพอดี

เจ้าบ่าวเตี้ยล่ำ
ควรมองหาทักซีโด้ที่มีปกเสื้อเล็กหน่อย กระดุมเม็ดแรกของเสื้อที่มีช่วงไหล่ธรรมดา ไม่กว้างแบบยูโรเปี้ยนสไตล์ กางเกงตีเกล็ดซ้อนไปจนถึงกระเป๋ากางเกงจะช่วยให้ขาดูยาวขึ้น แต่ต้องแน่ใจว่าอย่าให้เกล็ดแตกตรงปลายขา ไม่อย่างนั้นขากางเกงจะบานเกินไป

เจ้าบ่าวสูงใหญ่
การเลือกซื้อเสื้อสูท เจ้าบ่าวควรยืนตรงโดยทิ้งแขนแนบลำตัวแบบสบายๆ ด้วยท่านี้ปลายนิ้วของเขาจะต้องตรงกับชายเสื้อเสื้อนอกพอดี และปลายแขนเสื้อเชิ้ตตัวในก็ควรจะยาวแลบออกนอกแขนเสื้อสูทประมาณครึ่งนิ้ว

เจ้าบ่าวที่มีลำคอหนาและใบหน้าใหญ่
ควรหลีกเลี่ยงเนคไทเส้นบางและเสื้อเชิ้ตปีกตั้ง ตรงกันข้ามเขาอาจจะเลือกเสื้อเชิ้ตคอธรรมดา กับหูกระต่ายอันใหญ่ หรือไม่ก็ผูกเน็คไท ส่วนกางเกงก็ต้องเลือกเขากว้างหน่อย เพื่อให้เหมาะกับช่วงขานักกีฬาของเขา

เจ้าบ่าวหุ่นนายแบบ
เจ้าบ่าวหุ่นนายแบบดูดีกับสูททุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเสื้อนอกกระดุมสองแถว ทรงสอบไหล่กว้างเล็กน้อย หรือเสื้อสูทกระดุมสาม สี่ หรือกระทั่งห้าเม็ดก็ดูดี และเสื้อสูทที่ตัดให้ช่วงไหล่สูงขึ้นก็ดูดีกว่าช่วงไหล่ธรรม
หวังว่าเจ้าบ่าวที่ได้เข้ามาเยี่ยมชม จะนำไปใช้ประโยชน์ในการเลือกชุดแต่งงาน แต่ที่สำคัญจะเลือกชุดเจ้าบ่าวอย่างไร คงแล้วแต่ความชอบ และคาแรกเตอร์ของผู้สวมใส่เป็นหลัก

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http:/wedding.kapook.com
ขอบคุณภาพสวยๆจาก www.centerwedding.com

เรื่องควรรู้ก่อนจอง package แต่งงาน

หลายท่านอาจยังไม่ทราบว่าในpackage แต่งงานจะประกอบด้วยอะไรบ้าง และการที่จะตัดสินใจจอง package แต่งงานนั้น ต้องเตรียมตัวอย่างไร มีสิ่งใดที่ควรจะซักถาม และตกลงกันให้เสร็จเรียบร้อยก่อน บทความนี้จะรวบรวมข้อกังวลเหล่านี้ เพื่อหวังว่าจะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจจอง package แต่งงานของว่าที่เจ้าบ่าว - เจ้าสาว
หลักๆของ package แต่งงานนั้นจะประกอบด้วย
1. ภาพใหญ่ตั้งหน้างานมี หลายขนาดด้วยกัน เช่น 24*30 นิ้ว หรือเล็กลงมาหน่อย 20*24นิ้ว พร้อมกรอบหลุยส์
2. นอกจาก ภาพใหญ่+กรอปหลุยส์ แล้วก็มักมีภาพใหญ่ไม่ใส่กรอบให้ด้วย
3. รูปภาพ พร้อมอัลบั้ม ก็จะมีหลายขนาด และจำนวนภาพที่แตกต่างกันออกไปตามราคา
4. จำนวนชุดถ่าย studio indoor + outdoor (พร้อมแต่งหน้าทำผม)
5. ชุดแต่งงานวันจริง
6. แต่งหน้า ทำผม วันจริง
7. การ์ดแต่งงาน และของชำร่วยแต่งงาน
8. ถ่ายภาพนิ่ง และวีดีโอวันงาน
9. Presentation สำหรับเปิดในวันงาน
ทั้งนี้ขึ้นกับราคาของแต่ละ package ว่าจะให้อะไรบ้าง จำนวนรูป และขนาด ก็จะแตกต่างกันออกไป ดังนั้นคู่แต่งงานควรจะรู้ก่อนว่าสิ่งใดที่ต้องการ และสิ่งใดจะจัดหาจากแหล่งอื่น เพื่อจะได้เลือก package ที่เหมาะกับตนเอง และจะสามารถต่อรองในสิ่งที่เราไม่ต้องการได้

ต่อมาเมื่อได้ศึกษาข้อมูล และรู้ว่าต้องการ package ที่ประกอบด้วยอะไร ถึงขั้นตอนที่ต้องเจรจาตกลงกับทางร้าน wedding แล้ว ทางผู้เขียนก็มีข้อแนะนำในการสอบถามดังนี้

1. ความน่าเชื่อถือของ wedding studio สถานที่ตั้ง คุณภาพงานที่ผ่านมา
2. ขอดูตัวอย่างชุดแต่งงานของ studio ว่าเราชอบหรือไม่ มีให้เลือกมากน้อยเพียงใด บางแห่งสามารถระบุขอชุดใหม่ได้ ก็ควรจะเขียนระบุในใบจองด้วย
3. ดูการถ่ายภาพ และตัวอย่างงาน Albumรูป(Artwork) ว่าพอใจงานหรือไม่...ควรศึกษาartwork จากงานอื่นๆมาก่อน จะทำให้เราสามารถรับรู้ได้ว่างานเป็นเช่นไร สวยหรือไม่
4. คุยรายละเอียดให้ถี่ถ้วน ถ้าต้องการอะไรเพิ่มเติมขอให้ตกลงกันก่องจอง package เช่น จำนวนรูปภาพ ถ้าต้องการเพิ่มจาก package ให้ตกลงราคากันเลย เพราะถ้าไปเลือกรูปเพิ่มทีหลัง ราคาจะค่อนข้างแพง ราคาของรูปที่เพิ่มขึ้นกับขนาดของอัลบั้มที่เราเลือกไว้ด้วย
5. การให้ file รูป และ file อัลบั้ม
6. ใน package ที่ให้มา ถ้าไม่ต้องการสิ่งใด เช่น ถ่ายรูปวันงาน, การ์ดแต่งงาน หรือของชำร่วย ควรต่อรองลดราคา หรือแถมอะไรเพิ่มมา ส่วนใหญ่ทางร้านจะลดราคาไม่ค่อยได้ แต่จะให้เป็นของแถมแทน แนะนำว่าควรขอเป็นจำนวนรูป เพราะโดยเฉพาะถ้า package เรามีจำนวนรูปไม่มาก
7. สอบถามถึงสถานที่แต่งหน้าทำผมในวันงาน เพราะการแต่งหน้าทำผมเจ้าสาวในวันงานนั้นไม่ว่าเช้า หรือเย็น ปกติใน package ต้องมาแต่งหน้าทำผมที่ร้าน ซึ่งควรรู้ว่าสถานที่จัดงาน และร้าน wedding อยู่ใกล้กันสะดวกแก่การเดินทางในวันงานมากน้อยเพียงใด หรือถ้าต้องการให้ช่างมาแต่งหน้าทำผมที่สถานที่ของเราควรตกลงค่าใช้จ่ายให้เป็นที่เรียบร้อย ก่อนจอง package
8. ความน่าเชื่อถือของร้าน wedding สถานที่ตั้ง คุณภาพงานที่ผ่านมา




ภาพสวยๆจาก www.oknation.net
Custom Search